14 September 2011

รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับทุนสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ – สทอภ



ประกาศ    สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) สทอภ.

เรื่อง  รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับทุนสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สทอภ.  ภายใต้
การดำเนิน
โครงการพัฒนาดาวเทียม THEOS ประจำปีการศึกษา 2555  ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ด้วยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ – สทอภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รับผิดชอบการดำเนินงานโครงการพัฒนาดาวเทียม THEOS ซึ่งได้มีการลงนามในสัญญาระหว่าง สทอภ. และบริษัท EADS Astrium S.A.S สาธารณรัฐฝรั่งเศส  เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2547 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบดาวเทียม THEOS (Thailand Earth Observation Satellite – THEOS) และระบบภาคพื้นดินที่เกี่ยวข้อง  เพื่อให้การใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของประเทศเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม  และเป็นกลไกที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ การวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งดาวเทียม THEOS ได้ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2551 ปัจจุบันสามารถปฏิบัติการและถ่ายภาพได้อย่างต่อเนื่อง
ในการดำเนินงานภายใต้โครงการดังกล่าวมีกิจกรรมหลัก ประกอบด้วย การพัฒนาดาวเทียมและระบบภาคพื้นดิน  รวมทั้งโครงการฝึกอบรม THEOS Operational Training Programme – TOTP  ระยะเวลา 10 ปี
ซึ่งประกอบด้วย การฝึกอบรม การสัมมนา และทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท และ เอก  รวม 24 ทุน ได้แก่  ระดับปริญญาตรี 5 ทุน  ระดับปริญญาโท 15 ทุน  และระดับปริญญาเอก 4 ทุน  ต่อมาในปี 2553 สทอภ. และสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยสนับสนุนทุนระดับปริญญาเอกเพิ่มอีก 2 ทุน  ทั้งนี้ ทุนระดับปริญญาตรีได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วในปี 2549  ทุนระดับปริญญาโทได้ดำเนินการแล้วในปี
2550 – 2553 จำนวน 12 ทุน และระดับปริญญาเอกดำเนินการเรียบร้อยแล้วในปี 2552 สำหรับการจัดสรรทุนในปี 2555 ประกอบด้วย ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท ดังนี้
-    ปริญญาโทวิศวกรรมอวกาศ                                         จำนวน   2   ทุน
     สาขา Software Engineering, Telecommunication Engineering, Electronics Engineering
1.              คุณสมบัติของผู้สมัครรับทุนในระดับปริญญาโท จำนวน 2 ทุน
1.1      เป็นบุคคลทั่วไป หรือเป็นข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีประสบการณ์การทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 4 ปี หรือสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทแล้ว ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอากาศยาน วิศวกรรมโทรคมนาคม วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ฟิสิกส์ คอมพิวเตอร์  หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
1.2      คะแนนเฉลี่ยระดับปริญญาตรี ไม่น้อยกว่า 2.50  และระดับปริญญาโท ไม่น้อยกว่า 3.25
1.3      อายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร
1.4      ในกรณีที่เป็นข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ  ต้องมีหนังสือยินยอมให้มาสมัครจากหน่วยงานต้นสังกัด และต้องเป็นผู้ที่ไม่อยู่ระหว่างการรับทุนอื่นๆ
1.5      ผู้สมัครรับทุนต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อแสดงว่าเป็นผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่เป็นโรคร้ายแรงที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางไปศึกษาต่างประเทศ
2   หลักฐานการสมัครรับทุนระดับปริญญาโท
2.1      แบบฟอร์มสมัครรับทุน (สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของ สทอภ.)
2.2      หนังสือยินยอมให้สมัครรับทุนจากหน่วยงานต้นสังกัด  ในกรณีที่ผู้สมัครรับทุนเป็นข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ 
2.3      สำเนา transcript หรือสำเนาใบปริญญาบัตร พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง  จำนวน 1 ฉบับ
2.4      รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว  จำนวน 3 ใบ (ถ่ายมาแล้วไม่เกิน  6 เดือน)
2.5      สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรข้าราชการของผู้สมัครรับทุน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
2.6      สำเนาเอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล  ในกรณีชื่อ สกุลไม่ตรงกับหลักฐานการศึกษา (ถ้ามี)
2.7      สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครรับทุน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
2.8      หนังสือรับรองเป็นภาษาอังกฤษ (recommendation) จำนวน 3 ฉบับ  (ผู้รับรอง 3 คน)
2.9      ผลการสอบ TOEIC, TOEFL (paper based, computer based, internet based) หรือ
CU –TEP สอบไว้ไม่เกิน  2 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
2.10    ใบรับรองแพทย์แสดงว่าเป็นผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง
2.11    ผลงานวิจัยหรือผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ (ถ้ามี)
หมายเหตุ    ผู้สมัครรับทุนทุกคนต้องชำระค่าทดสอบวัดความถนัดทางวิชาการคนละ 300 บาท (สามร้อยบาทถ้วน) โดยโอนเงินเข้าธนาคารกรุงไทย สาขา 955  บัญชีออมทรัพย์  ชื่อบัญชี สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)  หมายเลข บัญชี 955-0-01944-6  และสำเนาหลักฐานการโอนเงินโดยระบุ ชื่อ-สกุล ในใบโอนเงินให้ถูกต้องและชัดเจน  พร้อมแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ของผู้สมัครรับทุนที่ติดต่อสะดวก มายังโทรสารหมายเลข  0-2143-9603   ทั้งนี้ ขอความกรุณาสำเนาการโอนเงินมาให้ สทอภ. ทราบในวันเดียวกันกับที่โอนเงินด้วย
3.  การสมัครรับทุน
ผู้ประสงค์จะสมัครรับทุนสามารถดูรายละเอียดได้ที่ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สทอภ. และเว็บไซต์ของ สทอภ. ที่ www.gistda.or.th  นอกจากนี้ ยังสามารถหาข้อมูลการศึกษาในประเทศฝรั่งเศสได้ที่ www.edufrance.fr
4.      กำหนดการรับสมัคร
รับสมัครสอบ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 25 กันยายน 2554
5.      วิธีการยื่นใบสมัครสอบ
สามารถยื่นใบสมัครสอบได้ 2 วิธี ได้แก่
5.1 การยื่นใบสมัครด้วยตนเอง
ติดต่อ ฝ่ายความร่วมมือต่างประเทศ สำนักยุทธศาสตร์และความร่วมมือต่างประเทศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) สทอภ.

5.2 การยื่นใบสมัครทางไปรษณีย์
ให้ส่งใบสมัครพร้อมหลักฐานการสมัครและหลักฐานการโอนเงิน  ไปที่
ฝ่ายความร่วมมือต่างประเทศ
สำนักยุทธศาสตร์และความร่วมมือต่างประเทศ
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
เลขที่ 120 อาคาร B  ชั้น 7  (ฝั่งตะวันตก)
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
ถนนแจ้งวัฒนะ  แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่  กรุงเทพฯ    10210
โทรศัพท์  :  0-2143-0556, 0-2141-4415, 0-2141-4509
โทรสาร  :  0-2143-9603, 0-2143-9588
หมายเหตุ  :      สทอภ. จะถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตราจดหมายผู้สมัครสอบเป็นสำคัญ ทั้งนี้
ให้ยื่นใบสมัครสอบด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง (ด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์) โดยผู้สมัครต้องกรอกรายละเอียดลงในใบสมัครให้ถูกต้อง ครบถ้วนและลงลายมือชื่อด้วยตนเอง พร้อมเอกสาร หลักฐานการสมัครสอบตามที่กล่าวถึงในข้อ
2.1 หรือ 2.2
อย่าลืม !!!   ผู้สมัครสอบทุกคนต้องส่งหลักฐานการโอนเงินค่าทดสอบวัดความถนัดทางวิชาการ
6.  กำหนดการสมัครสอบและประกาศผล

วิธีการสอบ
วัน-เวลา
สถานที่
กำหนดการรับสมัคร
ระหว่างวันที่ 1สิงหาคม – 25 กันยายน  2554
ลงประกาศในเว็บไซต์ สทอภ.
และติดประกาศ  ณ สทอภ.
การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบวัดความถนัดทางวิชาการ
30 กันยายน 2554
เว็บไซต์ สทอภ.
และติดประกาศ ณ สทอภ.
การสอบวัดความถนัดทางวิชาการ
(ผู้สมัครสอบทุกคนต้องเข้ารับการทดสอบ)
วันอังคารที่ 4  ตุลาคม 2554
เวลา 
09:00-12:00 น.
ห้องประชุม สทอภ. ชั้น 7
(ศูนย์ราชการฯ)
การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์รอบแรก
วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม  2554
เว็บไซต์ของ สทอภ.
และติดประกาศ  ณ สทอภ.
การสอบสัมภาษณ์ รอบแรก
วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน 2554
เวลา 08:30-16:30 น.
ห้องประชุม สทอภ.  ชั้น 7
(ศูนย์ราชการฯ)
การประกาศผลสอบสัมภาษณ์รอบแรก
วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน 2554
เว็บไซต์ของ สทอภ.
และติดประกาศ ณ สทอภ.
การสอบสัมภาษณ์ รอบสอง
(สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ เฉพาะผู้ที่ผ่านการสอบสัมภาษณ์รอบแรกแล้วเท่านั้น)
วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน 2554
เวลา 08:30-16:30 น.
ห้องประชุม สทอภ. ชั้น 7
(ศูนย์ราชการฯ)
การประกาศผลผู้ได้รับทุน
วันอังคารที่ 24 เมษายน 2555
เว็บไซต์ของ สทอภ. และติดประกาศ
ณ สทอภ.




7.  การทำสัญญารับทุน
เมื่อประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกรับทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาโท จำนวน 2 ทุนแล้ว  ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกต้องทำสัญญารับทุนกับ สทอภ. โดยบิดา-มารดา หรือพี่-น้องสายตรงเป็นผู้ค้ำประกันผู้รับทุน  รายละเอียดการทำสัญญาจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
8.  ข้อผูกพันการรับทุน
8.1 ผู้รับทุนต้องกลับมาปฏิบัติงานที่ สทอภ. หรือหน่วยงานที่ สทอภ. เห็นชอบและติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา
8.2 ในกรณีที่ไม่สามารถกลับมาปฏิบัติงานใช้ทุน ณ สทอภ. หรือหน่วยงานที่ สทอภ. กำหนด ผู้รับทุนจะต้องใช้เงินทุนการศึกษาที่ได้รับระหว่างศึกษาคืนให้แก่ สทอภ. พร้อมเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินทุนการศึกษา
9.  ข้อปฏิบัติของผู้ได้รับทุน
9.1   ผู้รับทุนต้องพร้อมที่จะเข้ารับการอบรมภาษาฝรั่งเศส ณ สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ ระยะเวลา 200 ชั่วโมง ภายหลังจากวันประกาศผลผู้ได้รับทุน  และอบรมภาษาฝรั่งเศสต่อ ณ ประเทศฝรั่งเศส ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ก่อนเข้าเรียนในระดับปริญญาโท โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน (มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าบัตรนักศึกษาและหนังสือเรียน)
9.2   ผู้รับทุนต้องส่งผลหรือรายงานการศึกษาให้ สทอภ. ทราบทุกภาคการศึกษาจนกว่าจะจบการศึกษา โดยส่งรายงานมายัง ฝ่ายความร่วมมือต่างประเทศ สทอภ. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ เลขที่ 120 อาคาร B ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0-2141-4415/0-2141-4509  โทรสาร
0-2143-9603 
e-mail : soontree@gistda.or.th  หรือ tanyanun@gistda.or.th
9.3   ในกรณีสิ้นสุดระยะเวลาการรับทุนแล้วและผู้รับทุนยังไม่สำเร็จการศึกษา ผู้รับทุนจะต้องใช้เงินทุนส่วนตัว
ในการศึกษาต่อจนกว่าจะจบตามหลักสูตร
และต้องแจ้งสาเหตุของการไม่สำเร็จการศึกษาตามกำหนดให้ สทอภ. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย
9.4   ในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควรทำให้ไม่สามารถสำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่กำหนดได้ (การเจ็บป่วย การได้รับบาดเจ็บ หรืออื่นๆ ตามที่ สทอภ. เห็นสมควร)  สทอภ. จะพิจารณาการให้ทุนสนับสนุนต่อไปตามความเหมาะสม
10. รายละเอียดค่าใช้จ่ายทุนที่จะได้รับ
10.1  สทอภ. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างประเทศของผู้รับทุน ไป – กลับ 1 ครั้ง  ประกอบด้วย
ตั๋วเครื่องบิน
ชั้นประหยัดและค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายตลอดการศึกษา คนละ 40
,000 บาท
10.2  สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเรียนและอื่นๆ ได้แก่  ค่าเล่าเรียน ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าที่พัก (ตามเกณฑ์ของสถานทูตฝรั่งเศสและเมืองที่ไปศึกษา ระดับปริญญาโทเดือนละ ประมาณ 767 ยูโร)  ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าประกันสุขภาพ ค่ารักษาพยาบาล และอื่นๆ ตามความเหมาะสม
___________________________________

11 August 2011

สร้างยุงก้นปล่องไร้สเปิร์มหยุดยั้งการแพร่ระบาดโรคมาลาเรีย

          เมื่อวันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2554 นักวิจัยของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจ ลอนดอนเปิดแถลงข่าวเรื่องการปล่อยยุงก้นปล่องเป็นหมันอันได้จากการปรับเปลี่ยนพันธุกรรมของยีนผลิตสเปิร์มสู่ป่าเพื่อลดการแพร่ระบาดโรคไข้มาลาเรีย
          จากการศึกษาพฤติกรรมของยุงตัวเมียขณะกำลังจับคู่ นักวิจัยพบว่ายุงตัวเมียจะไม่รู้ว่ายุงตัวผู้ที่จับคู่อยู่นั้นเป็นหมัน ดังนั้นหลังการผสมพันธุ์ยุงตัวเมียจะไม่สามารถออกไข่ได้






          นักวิจัยกล่าวแนะว่า ในอนาคตอาจควบคุมประชากรยุงที่เป็นพาหะของโรคมาลาเรียได้โดยการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมโดยทำให้ยุงตัวผู้ไร้สเปิร์ม
          มาลาเรียเป็นโรคที่เกิดจากยุงก้นปล่องที่เป็นพาหะของโรค ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้คนมากกว่า 300 ล้านคนและทำให้คนเสียชีวิตเกือบ 800,000 คนในทุกๆปี นับเป็นภัยคุกคามร้ายแรงในทวีปแอฟริกา องค์การอนามัยโลกรายงานว่ามีเด็กตายด้วยโรคนี้ทุกๆ 45 วินาที
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่าจะทำการศึกษาเกี่ยวกับโรคมาลาเรียนี้ต่อไปเพื่อหาวิธีกำจัดโรคนี้ที่ได้ผลแน่นอนและมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก
          Flaminia Catteruccia  หัวหน้าคณะผู้วิจัยจากภาควิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลกล่าวว่า “การต่อสู้กับโรคมาลาเรีย คือ ความพยายามที่จะควบคุมพันธุกรรมของยุง นั่นคืออาวุธลับของเราเธอยังกล่าวเสริมถึงแนวความคิดทางทฤษฏีที่นำไปสู่การปฏิบัติว่า “นักวิทยาศาสตร์ควรตั้งอยู่ในหลักการที่ว่า แมลงควรจะมีคู่ต่อไปตามปกติ โดยไม่รู้สึกว่าได้ถูกดัดแปลงพันธุกรรมหรือยีนแล้ว
ปกติยุงตัวเมียหลังจากผสมพันธ์ในครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตของมันแล้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระ การกินเลือดเป็นอาหารและการวางไข่


จากการศึกษาพบว่าพฤติกรรมของยุงยังคงเหมือนเดิมไม่ว่าการจับคู่นั้นจะทำให้เกิดการผลิตไข่ที่เปลี่ยนเป็นลูกน้ำยุงได้หรือไม่ก็ตาม
          จากการศึกษาโดยใช้ยุงก้นปล่องสายพันธุ์ Anopheles gambiae สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคมาลาเรียในแอฟริกามาสร้างยุงตัวผู้ไร้สเปิร์ม ด้วยการฉีดโปรตีนที่ขัดขวางพัฒนาการของน้ำเชื้อเข้าไปในไข่ของยุงปกติ เมื่อโตขึ้นก็จะไม่สามารถผลิตสเปิร์มได้
          นอกจากนี้นักวิจัยยังพบพฤติกรรมที่น่าสนใจของยุงก้นปล่องว่า ยุงตัวเมียหลังผสมพันธุ์กับยุงตัวผู้ที่ไม่มีสเปิร์มแล้ว ยุงตัวเมียจะไม่พยายามไปผสมพันธุ์กับยุงตัวผู้ตัวอื่นๆอีก นั่นหมายความว่ายุงตัวเมียจะไม่มีโอกาสวางไข่ได้อีกอย่างแน่นอน
          การศึกษานี้ขัดแย้งจากการศึกษาพฤติกรรมของแมลงวันผลไม้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะผสมพันธุ์กับแมลงวันผลไม้ตัวผู้อื่นๆ ต่อไป
          เมื่อปีที่แล้วมีการศึกษาวิจัยโดยนักวิจัยกลุ่มอื่นในการริเริ่มสร้างยุงลายต้นเหตุของไข้เลือดออก ที่เป็นหมันทางพันธุกรรม  และได้ทดลองปล่อยยุงลายเป็นหมันออกสู่ภาคสนามเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก






05 August 2011

วาระดิจิตอล : เปิดมากขึ้นเพื่อเข้าถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

 
    




ขณะนี้คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังดำเนินการจัดทำประชาพิจารณ์เรื่องการเข้าถึงและการเก็บรักษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์แบบดิจิตอลอันเป็นนวัตกรรมของยุโรป เป็นความคิดริเริ่มของรองประธานคณะกรรมาธิการ  Neelie Kroes และคณะกรรมาธิการ สำหรับการวิจัยและนวัตกรรม, Maire Geoghegan - Quinn ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะเพิ่มช่องทางให้นักวิจัย, วิศวกรและผู้ประกอบการในยุโรปสามารถเข้าถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้เท่าเทียมกันทั่วโลก
โครงสร้างพื้นฐานดิจิตอลที่ทันสมัย​​มีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกต่อการเข้าถึงข้อมูล แต่ยังมีความท้าทายในอีกหลายประเด็นที่เป็นอุปสรรค เช่น ค่าสมัครสมาชิกวารสารสิ่งตีพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ราคายังคงสูงอยู่ และวิธีการจัดเก็บรักษาผลงานวิจัยที่สามารถเปิดให้เข้าถึงได้ฟรีผ่านทางอินเทอร์เน็ต
นักวิทยาศาสตร์ สถาบันการศึกษา กองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยและบุคคลที่สนใจอื่น ๆ สามารถส่งผลงานหรือข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอแนะวิธีการเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ได้จนถึงวันที่ 9 กันยายน 2011 การเข้าถึงและการนำความรู้มาใช้ใหม่เป็นเป้าประสงค์ที่สำคัญของวาระดิจิตอลสำหรับนวัตกรรมแห่งสหภาพยุโรป
Neelie Kroes รองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาวาระดิจิตอลกล่าวว่า "ผลงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนควรมีการแจ้งเวียนให้สาธารณชนทราบให้กว้างขวางที่สุด ตามหลักการเผยแพร่ความรู้ด้านวิจัยของสหภาพยุโรปและอื่น ๆ ในวงกว้าง  ซึ่งนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญของความก้าวหน้าในการวิจัยและนวัตกรรมอันจะส่งผลต่อการดำเนินงานและการเจริญเติบโตของงานวิจัยในยุโรป. วิสัยทัศน์ของเรา คือ การเปิดให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้เพื่อประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ และเร่งให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังสามารถนำผลการศึกษาใหม่ๆตลอดจนนำความคิดสร้างสรรค์อื่น ๆ กลับมาใช้ใหม่ได้อีกด้วย ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้เราจำเป็นต้องเก็บรักษาบันทึกทางวิทยาศาสตร์ไว้เพื่องานในอนาคตอีกด้วย"
 
ผู้ที่สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นต่อคำถามนโยบายวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ในประเด็นต่างๆดังต่อไปนี้
  • ทำอย่างไรจึงจะทำให้นักวิจัยและสาธารณชนสามารถเข้าถึงบทความทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายมากขึ้น
  • ทำอย่างไรจึงจะทำให้มีการเข้าไปใช้ข้อมูลการวิจัยตลอดจนนำมาใช้ซ้ำได้อย่างกว้างขวางตลอดเวลา  
  • ทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการเข้าถึงข้อมูลทางดิจิตอลอย่างถาวร
  • ปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคต่อการป้องกันและเก็บรักษาผลงานทางวิทยาศาสตร์Bottom of Form
สิ่งที่จะต้องทำต่อไป
ภายในสิ้นปี 2011 คณะกรรมาธิการยุโรปมีความมุ่งมั่นที่จะนำการสื่อสารแบบเข้าถึงและการเก็บรักษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาใช้ พร้อมกันนี้จะจัดทำข้อเสนอแนะในการดำเนินการให้แก่ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของตน
ประวัติความเป็นมาของการสื่อสารเกี่ยวกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในยุคดิจิตอล
การเข้าถึงสิ่งตีพิมพ์ที่เผยแพร่และเก็บรักษาไว้ไม่ให้สูญหายเริ่มนำมาใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2007
ในเดือนสิงหาคม 2008 คณะกรรมาธิการยุโรปได้นำร่องเปิดตัวการเข้าถึงงานวิจัยตามกรอบการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฉบับที่ 7 (FP7) โดยกำหนดให้งานวิจัยจากโครงการที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้ FP7 ในสาขาสาธารณสุขและสุขอนามัย พลังงาน สิ่งแวดล้อม ส่วนของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โครงสร้างพื้นฐานอิเลกทรอนิกส์   เศรษฐกิจสังคมและมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ สิ่งตีพิมพ์ของโครงการต่างๆเหล่านี้อยู่ภายใต้การเข้าถึงแบบเปิดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งครอบคลุมประมาณ 20% ของงบประมาณ FP7 ทั้งหมด
For Online public consultation on scientific information, please visit



 

29 July 2011

การประชุม INTERNATIONAL COOPERATION PROJECTS IN SUPPORT TO RESEARCH AND INNOVATION POLICIES AND COMPETENCE BUILDING: Good practices, lessons learned and synergies with other programmes

เมื่อวันที่ 16-17 มิถุนายน 2554 International cooperation Team หรือที่เรียกสั้นๆว่า INCO Team ได้จัดการประชุม International cooperation projects in Support to Research and Innovation Policies and Competence Building: Good practices, lessons learned and synergies with other programmes ขึ้น ณ กรุงบรัสเซลส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมประสบการณ์จากโครงการประสานงานระหว่างประเทศที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างศักยภาพและนโยบายด้านนวัตรกรรม ตลอดจนบทเรียนที่ได้จากโปรแกรมอื่นๆที่ดำเนินการสอดคล้องกัน    สาระสำคัญของการประชุม สรุปได้ดังนี้   

วันที่ 16 มิ.ย. 2554
ช่วงเช้า: เป็นการรายงานผลการดำเนินงานของ INCO management team
ช่วงบ่าย: เป็นการรายงานผลการดำเนินงานแบบคู่ขนาน 2 sessions พร้อมกันคือ Parallel session 1: Mediterranean Region และ Parallel session 2: South-east Asia ซึ่งมี Dr. G.Heinrichs, International Bureau of the German Federal Ministry of Education and Research เป็น Moderator และดิฉันอุษา กัลลประวิทย์  อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงบรัสเซลส์ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกและรายงานสรุปผลการอภิปราย (Rapporteur ) ของ session นี้    

วันที่ 17 มิ.ย. 2554  
ช่วงเช้า: เป็นการรายงานผลการดำเนินงานคู่ขนานของ Latin America and the Caribbean และ Sub-Sahara Africa
ช่วงบ่าย: เป็นการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานในแต่ละภูมิภาคโดย Rapporteur ของแต่ละ session ก่อนจะบรรยายสรุป Impact ของโครงการในแต่ละภูมิภาคสรุปในภาพรวม โดย INCO team อีกครั้งดังนี้
Mediterranean 
• INCONET early investment in capacities now generating visible impacts (the network is there!)• Multiplier effect (generation of new projects
• Adopted manuals/guidebook(s) e.g. on technopole
South-East Asia 
•   Increased cooperation ASEAN-EU (e.g. FP7 participation)
•   Better visibility of regional overall S&T capacity
•   More and better intra-regional cooperation
Latina America & Caribbean                   
• Most visible impacts on policy dialogue
• Institutional effects (new units/offices dedicated to International Cooperation in Universities, NCPs for example)
• New Curricula
• Durable networks with critical mass
• Increased personnel exchange/mobility => more joint actions, projects etc.
Institutional effects (new units/offices dedicated to International Cooperation in Universities, NCPs for example)
• New Curricula
• Durable networks with critical mass
Increased personnel exchange/mobility => more joint actions, projects etc.  
Sub Saharan Africa
• Methodological issues (time lag, attribution)
• Both tangible (skills development, job creation) and intangible impacts (trust building, knowledge exchange) 






การประชุม Team Thailand-ATPER Meeting







เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2554 ปว.บซ.เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม TeamThailand-ATPER Committee Meeting ณ สำนักงาน ปว.บซ. บรัสเซลส์ วัตถุประสงค์ของการประชุมในครั้งนี้เพื่อพบปะหารือตลอดจนแลกเปลียนข้อมูลข่าวสารระหว่างทีมประเทศไทยประจำกรุงบรัสเซลส์และผู้บริหารสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหภาพยุโรป(ATPER) ในโอกาสเดียวกันนี้ผู้บริหารสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหภาพยุโรปจะได้รายงานผลการดำเนินงานของสมาคมในปีที่ผ่านมา ตลอดจนแจ้งแผนการดำเนินงานของสมาคมฯในอนาคตให้ที่ประชุมทราบ
 การประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจากฯพณฯ อภิชาติ ชินวรรโณ เป็นประธานเปิดการประชุมพร้อมทั้งกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุม ( จำนวนทั้งสิ้น 17 คน) ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงบรัสเซลส์ 2 คน ผู้แทนสมาคม ATPER 5 คน ผู้แทนจาก สม.สป.วท 1 คน เจ้าหน้าที่ของ ปว.บซ 2 คน นักวิจัยและนักศึกษาไทยในเบลเยี่ยมรวม 7 คน สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
ผู้แทนสมาคม ATPER ผลัดกันนำเสนองานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ โดยเริ่มจาก ดร.กฤษณา ทอริสสัน ได้เล่าประวัติความเป็นมาของสมาคม และกิจกรรมของสมาชิกสมาคมฯที่ผ่านมาให้ทราบ ตลอดจนการสมัครเป็นสมาชิก/ค่าสมัคร/สมาชิกภาพ ตามด้วยการนำเสนอ website ของสมาคมฯ ที่จัดทำขึ้นใหม่ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิกหรือติดต่อสมาชิกของสมาคมฯ ได้ ผู้ประสานงานจากอังกฤษ นำเสนอผลการดำเนินงานในรับผิดชอบในการขยายเครือข่ายสมาชิก ฯลฯ ผู้ประสานงานจากปารีสแจ้งว่าการหาสมาชิกฯ ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างกว้างขวาง รองนายกสมาคมฯ แจ้งว่าขณะนี้กำลังดำเนินการจดทะเบียนสมาคมฯ ในประเทศไทยเพื่อให้การดำเนินงานของสมาคมเป็นไปตามกฎหมาย
หลังจากนั้นมีการซักถามแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับงานของสมาคมฯ และความร่วมมือระหว่างนักวิชาชีพไทยและนักศึกษาไทยซึ่งได้รับแจ้งว่านักศึกษาสามารถนำผลงานวิจัยของตนไปนำเสนอในงานประชุมประจำปีของสมาคมได้ โดยสมาคมฯจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปนำเสนอผลงาน เป็นต้น 

ทางหนีของรัฐบาลสหราชอาณาจักรจากภาษีธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์


ภาพกังหันลม ที่ Loftsome Bridge Treatment Works, หน้าสถานีโรงไฟฟ้า Drax  ใกล้เมือง Selby ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรมีแผนจะหาช่องทางหลบหนีจากแผนการสนับสนุนโรงไฟฟ้​​าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลที่จะลดอัตราภาษีที่สูงสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ลง
กรมธุรกิจพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ประกาศเมื่อวันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมาถึงเจตนารมณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเกี่ยวกับโรงไฟฟ้​​าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งขอขยายเวลาการก่อสร้างออกไปหลังวันที่ 31 ตุลาคม 2011 เพื่อป้องกันไม่ให้นักพัฒนาได้ผลประโยชน์จากอัตราภาษีที่สูงขึ้นอย่างมากสำหรับโครงการระดับเชิงพาณิชย์
นโยบายเริ่มต้นที่จัดทำขึ้นทำให้นักพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับผลประโยชน์จากแผนการชดเชยจากรัฐบาลในภาษีที่กำหนดขขึ้น (feed-in tariffs, FITs) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการผลิตพลังงานทดแทนให้แก่ผู้พัฒนา ทั้งนี้เพื่อประกันความเชื่อมั่นของราคาในสัญญาระยะยาวและเพื่อดึงดูดให้นักลงทุนสนใจมาลงทุนด้านพลังงานทดแทนมากยิ่งขึ้น ก่อนการประกาศผลการทบทวนอย่างรวดเร็วของรัฐบาลเมื่อเดือนมิถุนายนที่จะขยายเวลาในการรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการขยายเวลาโครงการไปอีก 12 เดือนนับจากวันเริ่มต้นของการพิจารณา ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคม 2011 
ตอนหนึ่งในเอกสารการให้คำปรึกษาของแผนกกล่าวไว้ว่า  "ข้อกำหนดเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพในการสร้างช่องทางหนี(สำหรับรัฐบาล) หากยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่ได้จากการเรียกเก็บจากธุรกิจดังกล่าว ความสมบูรณ์ของโครงการและอาจทำลายวัตถุประสงค์ของการทบทวนอย่างรวดเร็วอีกด้วย"
ขณะนี้รัฐบาลสหราชอาณาจักรวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเพื่อทำให้อัตราภาษีของโครงการที่ขอขยายเวลาแยกจากโครงการที่เริ่มดำเนินการซึ่งการได้รับผลประโยชน์จะแตกต่างจากภาษีการก่อสร้างเดิม
          ในตอนหนึ่งโฆษกรัฐบาลสหราชอาณาจักรกล่าวว่า "นักพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานเซลส์แสงอาทิตย์จำนวนมากกำลังใคร่ครวญเกี่ยวกับข้อกำหนดการขยาย FITs เพื่อคงไว้ซึ่งอัตราภาษีเดิมสำหรับโครงการใหม่ที่จะเริ่มขึ้นภายหลังวันที่ 1 สิงหาคม"
ระยะเวลาการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงคำสั่งจะเปิดให้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2011 โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการปรับแก้กฎระเบียบให้แล้วเสร็จในเดือนกันยายนเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป
          สหราชอาณาจักรตัดแผนการสนับสนุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ลงระหว่างร้อยละ 40-70 ในเดือนมิถุนายน เป็นการทบทวนที่รวดเร็วซึ่งเดิมคาดว่าจะดำเนินการพิจารณาทบทวนโครงการในเดือนเมษายน 2012 รัฐบาลแสดงความกังวลว่าโครงการในเชิงพาณิชย์ได้ใช้เงินกองทุนไปอย่างมหาศาล ซึ่งวัตถุประสงค์เดิมมีไว้เพื่อโครงการสำหรับครอบครัวและชุมชน
อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของสหราชอาณาจักรต่างตื่นตระหนกต่อการตัดสินใจตัดโปรแกรมการสนับสนุนก่อนเวลาอันควร ซึ่งกล่าวกันว่าอาจส่งผลให้การพัฒนาอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พิกลพิการตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก






รัฐบาลไทยหากจะลงทุนพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานทดแทนในอนาคตควรศึกษาและติดตามความเคลื่อนไหวของแผนและนโยบายของประเทศต่างๆอย่างใกล้ชิด นำข้อมูลประกอบต่างๆมาพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนตัดสินใจ เพราะหากลงทุนในธุรกิจพลังงานประเภทนี้รัฐบาลจะต้องเตรียมเงินลงทุนจำนวนมหาศาลไว้รองรับ และหากงบประมาณไม่เพียงพออาจส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการในระยะยาว ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้รอบด้านว่าประเทศไทยพร้อมหรือไม่ที่จะพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในขณะนี้...หรือเมือใดจึงจะเหมาะสม

..........................................................................................................................................................................................................................